ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ที่จะใช้ในปี 2561 นี้ ซึ่งย่อมาจาก Thai University Central Admission System  การสอบนี้ไม่ใช่ระบบเอ็นทรานซ์ แต่เป็นการรวมการรับนักศึกษาทั้ง 5 รูปแบบมาไว้ด้วยกัน คือ

  • คัดเลือกโดยการส่งแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) - รอบนี้จะ ไม่มีการสอบข้อเขียน ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะพิจารณาในการรับนักเรียนส่วนหนึ่ง อาจจะมีการสอบสัมภษาณ์หรือสอบทักษะเฉพาะทาง โดยการสอบครั้งนี้เป็นแค่การ Pre-screening เท่านั้น
  • สมัครโควต้าแบบมีสอบข้อเขียน สำหรับนักศึกษาในพื้นที่ - รอบนี้จะเป็นการรับนักเรียนแบบโควต้า สำหรับนักเรียนในพื้นที่หรือรอบเขตการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยสามารถจัดสอบได้เอง หรือใช้ข้อสอบส่วนกลาง อย่าง9 วิชาสามัญ หรือ GAT/PAT
  • การรับตรงร่วมกัน - รอบนี้เป็นการสอบรับตรง ซึ่งโครงการรับตรงอย่าง กสพท. หรือ กลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทยก็รวมอยู่ด้วย โดยทางสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จะเป็นส่วนกลางในการรับสมัครในรอบนี้ และทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาผลการคัดเลือก ผู้สมัครสามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชา
  • การรับแบบ Admission - รอบนี้ยังคงเกณฑ์การคัดเลือกแบบ Admission โดยใช้องค์ประกอบของคะแนนเช่น GPAX, O-NET, GAT/PAT หรืออื่นๆ ผู้สมัครสามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชา
  • การรับตรงแบบอิสระ - มหาวิทยาลัยสามารถใช้เกณฑ์การสอบที่จัดเอง หรือวิชาเฉพาะ และส่งผลการคัดเลือกให้ทาง ทปอ.

แตกต่างจากการคัดเลือกที่ผ่านมาตรงที่มีการเพิ่ม Clearing-House (Clearing-House คือ ระบบที่ยืนยันสิทธ์รับตรงร่วมกันของแต่ละมหาวิทยาลัย) ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบต้องกดยืนยันสิทธิ์ Clearing-House ในการที่จะเข้าเรียนได้คนละ 1  ที่เท่านั้น ระบบนี้สร้างมาเพื่อให้ผู้ที่ผ่านการคัเลือกหลายๆที่พร้อมกัน และ “กันที่” ของคนอื่น อีกทั้งยังสะดวกกับมหาวิทยาลัยในการนับจำนวนคนอีกด้วย

ข้อดีของระบบ TCAS

  • เพิ่มโอกาสความเท่าเทียมกันในการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
  • ลดปัญกาการกันสิทธิ์คนอื่น “กันที่”
  • ลดปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบของนักเรียน
  • แก้ปัญหาการวิ่งสอบหลายที่ เพราะระบบใหม่จะจัดช่วงเวลาการสอบหลังจากที่เด็กชั้นม.6 เรียนจบการศึกษาแล้ว

สนใจสมัครเรียนต่อ ขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อฝากคำถามได้ที่  @apexstudyabroad   หรือ Tel. 02-1686777