CANADA ดินแดนจากทะเลสู่ทะเล

ประเทศแคนาดา ประกอบด้วยรัฐ 10 รัฐ และดินแดน 3 แห่ง และปกครองในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2เป็นพระประมุขสูงสุด แคนาดาเป็นประเทศที่ใช้ภาษาทางการ 2 ภาษาทั้งในระดับประเทศและในรัฐนิวบรันสวิก ภาษาทางการ 2 ภาษานั้นคือ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

แคนาดาเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีเศรษฐกิจที่หลากหลาย ซึ่งพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และพึ่งพาการค้าขาย โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่แคนาดามีความสัมพันธ์อันยาวนานและสลับซับซ้อน

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง :

ตั้งอยู่ทางเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และทางตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทางตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ทางเหนือติดกับมหาสมุทรอาร์คติก และทางใต้ติดกับประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นที่ 9,984,670 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 19 เท่า)

เมืองหลวง

กรุงออตตาวา (Ottawa)

เมืองสำคัญ

โทรอนโต(Toronto) มอนทรีออล (Montreal) แวนคูเวอร์ (Vancouver) นครควิเบก (Quebec City) แฮลิแฟกซ์ (Halifax) วินนิเพก (Winnipeg) เอดมันตัน (Edmonton)

ภูมิอากาศ

ภาคพื้นทวีป (มีหิมะในฤดูหนาว และอบอุ่นในฤดูร้อน)

ประชากร

34,605,346 คน (ที่มา: Statistics Canada ต.ค. 2554)

ภาษา

อังกฤษและฝรั่งเศส

ศาสนา

โรมันคาธอลิก (ร้อยละ 43.6) โปรแตสแตนท์ (ร้อยละ 29.2) อิสลาม (ร้อยละ 2) พุทธ (ร้องละ 1) ยิว (ร้อยละ 1) ฮินดู (ร้อยละ 1) และอื่นๆ (รอยละ 12)

หน่วยเงินตรา

ดอลลาร์แคนาดา (1 CAD ประมาณ 31.2821 บาท) (15 มี.ค. 2555) วันชาติ 1 กรกฎาคม

ระบอบการเมือง

ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy)

ระบบการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 รัฐ (Province) และ 3 ดินแดน (Territory) โดยแต่ละรัฐมีมุขมนตรี (Premier) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย รัฐ
  1. อัลเบอร์ตา (Alberta)
  2. บริติชโคลัมเบีย (British Columbia)
  3. แมนิโทบา (Manitoba)
  4. นิวบรันสวิก (New Brunswick)
  5. นิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland and Labrador)
  6. โนวาสโกเชีย (Nova Scotia)
  7. ออนแทรีโอ (Ontario)
  8. ปรินซ์เอดเวอร์ดไอแลนด์ (Prince Edward Island)
  9. ควิเบก (Quebec)
  10. ซัสแคตเชวัน (Saskatchewan)

ดินแดน

  1. นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ (Northwest Territories)
  2. นูนาวุต (Nunavut)
  3. ยูคอน (Yukon)

ประมุข

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยมีนายเดวิด จอห์นสตัน (The Right Honourable David Johnston) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองแคนาดาฝั่งตะวันออกในปี ค.ศ.1534 และได้เริ่มตั้งถิ่นฐานในปี ค.ศ.1604 ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1713 อันเนื่องจากเหตุผลด้านการประมงและการค้าขนสัตว์ ซึ่งในที่สุดดินแดนแคนาดาตกเป็นของอังกฤษ ปี ค.ศ.1849 แคนาดาได้รับการยอมรับในสิทธิการปกครองตนเอง และต่อมาปี ค.ศ.1867 ได้มีการจัดตั้ง Dominion of Canada ในลักษณะของสมาพันธรัฐซึ่งประกอบด้วย Upper และ Lower Canada (รัฐ Ontario, Quebec, Nova Scotia และ New Brunswick ในปัจจุบัน) และต่อมาได้ขยายออกไปยังรัฐภาคตะวันตกจนถึงรัฐ British Columbia ปี ค.ศ.1931 แคนาดาได้รับสถานะเป็นประเทศที่เท่าเทียมกับอังกฤษโดยมีกษัตริย์อังกฤษเป็นพระประมุข และต่อมาในปี ค.ศ.1949 รัฐ Newfoundland and Labrador เข้าร่วมเป็นรัฐที่สิบของแคนาดา

Credit by: http://www.thaiembassy.ca/th/canada/about-canada

โอกาสการศึกษาในแคนาดา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเรียนต่อในแคนาดา

สำหรับพ่อแม่ส่วนใหญ่ที่มีแผนการจะส่งบุตรหลานไปเรียนต่างประเทศ ดิฉันขอแนะนำให้ท่านพิจารณาประเทศแคนาดาเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักแก่บุตรหลานของท่านด้วยค่ะ

ทั้งนี้เพราะแคนาดาเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการศึกษาสูงเทียบเท่ากับประเทศอื่นในอเมริกาเหนือ และยุโรป หรือออสเตรเลีย แต่เมื่อเปรียบเทียบค่าเล่าเรียนแล้ว ค่าเล่าเรียนในแคนาดาต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ประเทศก็น่าอยู่ สะอาด มีภูมิประเทศที่สวยงาม ผู้คนมีน้ำใจดี และปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคนาดาต้อนรับผู้คนทุกชนชาติ ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ

สำหรับคนที่กลัวความหนาวนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงกับความหนาวเย็นมากนัก ในสถานศึกษา บ้าน และหอพักทั่วไป มีเครื่องทำความอุ่นที่ประสิทธิภาพสูง เรื่องอากาศหนาวนั้นเป็นเรื่องที่เคยชินและปรับตัวได้ไม่ยาก การที่มีฤดูหนาว ก็มีโอกาสที่จะมีหิมะตกด้วย

เมื่อหิมะตกลงมาจะทำให้มีทิวทัศน์งดงามแตกต่างไปจากประเทศเมืองร้อน อีกทั้งมีโอกาสได้เล่นกีฬาที่หาเล่นได้ยากในประเทศอื่น เช่น สกี สเก็ตน้ำแข็ง เป็นต้น

ในระบบการศึกษาในแคนาดา นโยบายด้านการศึกษากำหนดโดยแต่ละรัฐ (Province) ดังนั้น ขั้นตอนการสมัครอาจมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเข้าศึกษาในประเทศแคนาดา กรณีเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีนักเรียนจะต้องเลือกมหาวิทยาลัย โดยหาข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างไร ระบบการศึกษา ช่วงเวลาการเริ่มต้นภาคการศึกษา เป็นต้น เมื่อทราบแล้วว่าต้องการเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยใด จึงส่งใบสมัครเข้าเรียน เมื่อมหาวิทยาลัยตอบรับการเป็นนักศึกษาแล้ว นักเรียนจึงจะสมัครขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า - Study Permit) เข้าประเทศแคนาดาเพื่อการศึกษา

ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อตัดสินใจไปเรียนที่ประเทศแคนาดา

เมื่อมีการวางแผนไปเรียนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม ท่านควรคำนึงถึงรายจ่ายที่ จะเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมเงินส่งลูกมาเรียนที่แคนาดาประมาณปีละ 800,000 - 1,200,000 บาท (ประมาณการณ์จากอัตราค่าใช้จ่ายจริง ขึ้นอยู่กับสถาบันที่เลือกศึกษา และการดำเนินชีวิตของนักเรียน) ในที่นี้ขอแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 รายการ ดังนี้

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการสมัครเรียน

ก่อนจะได้เดินทางไปเรียนที่แคนาดา ท่านจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายไว้สำหรับการดำเนินการต่างๆ ดังนี้
  • ค่าสมัครเข้าเรียนเป็นนักศึกษา ประมาณ 50 – 150 ดอลล่าร์แคนาดา ต่อสถานศึกษา
  • ค่าส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ประมาณ 500 – 1,000 บาท
  • ค่าสอบวัดระดับต่างๆ เช่น GMAT, GRE, SAT, TOEFL, IELTS เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการสมัครเข้าเรียน ประมาณ 100 – 200 ดอลล่าร์แคนาดา

การทำงานไปด้วยระหว่างที่ศึกษาในแคนาดา

นักศึกษาต่างชาติที่มีความประสงค์ทำงานในระหว่างเรียน บางกรณีจะต้องขอสมัครใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ด้วย โดยแคนาดาแบ่งการทำงานในระหว่างเรียนออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

ทำงานในสถาบันการศึกษา (Work on campus)

นักเรียนที่จะทำงานในกรณีนี้ได้จะต้อง เป็นนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และมี Study Permit การทำงานในสถาบันศึกษานักเรียนไม่ต้องยื่นคำร้องขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จาก Citizenship and Immigration Canada ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/study/work-oncampus.asp

ทำงานนอกสถาบันการศึกษา (Work off campus)

นักเรียนที่จะทำงานในกรณีนี้ได้จะต้อง เป็นนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา การทำงานนอกสถาบันศึกษานักเรียนต้องยื่นคำร้องขอ Work Permit และจะต้องได้รับ Work Permit ก่อนจึงจะสามารถทำงานได้ โดยในระหว่างภาคการศึกษาปกติจะอนุญาตให้ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่จะทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียนในฤดูร้อน หรือปิดภาคเรียนระยะสั้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ เมื่อใดก็ตามที่นักเรียนไม่ได้ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา หรือมีผลการเรียนไม่ดี จะต้องส่งใบอนุญาตทำงานคืนให้กับ Citizenship and Immigration Canada

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/study/work-offcampus.asp

หลักสูตรการศึกษาที่ต้องมีการฝึกงาน (Work as a co-op student or intern)

บางหลักสูตรการศึกษาจะกำหนดให้ประสบการณ์ในการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรด้วย โดยนักเรียนที่เรียนในหลักสูตรนั้น จะต้องจบการศึกษาได้เมื่อนักเรียนมีการฝึกงานครบตามจำนวนชั่วโมงการทำงานที่หลักสูตรกำหนดไว้ นักเรียนที่จะทำงานในกรณีนี้ได้จะต้องยื่นคำร้องขอ Work Permit ก่อนเข้าทำงานและจะต้องมี Study Permit ที่ไม่หมดอายุ งานที่ทำจะต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษา พร้อมกันนี้ จะต้องได้รับหนังสือรับรองการทำงานจากสถาบันศึกษาด้วย นักเรียนจะใช้เวลาฝึกงานได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาการศึกษา

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/study/work-coop.asp

การเช่าห้องพัก Home stay

เจ้าของบ้านแบ่งห้องนอนในบ้านให้เช่า โดยผู้เช่าสามารถใช้ห้องครัว ห้องน้ำ หรือห้องนั่งเล่น ร่วมกับเจ้าของบ้าน บางบ้านมีห้องน้ำส่วนตัวให้กับผู้เช่าใช้ต่างหาก บางบ้านให้เช่าพร้อมอาหาร 2 หรือ 3 มื้อ บางบ้านมีสัตว์เลี้ยง มีเด็ก บางบ้านเจ้าของบ้านอาจอยู่เพียงลำพัง หรือบางบ้านแบ่งให้คนเช่ามากกว่า 1 ราย ดังนั้น ผู้สมัครจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า Home stay ลักษณะใดเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด โดยสามารถหา Home stay ทั่วประเทศแคนาดาได้

Credit by: http://www.thaiembassy.ca/th/education-opportunities

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

พี่ปุ้ย 086-677-2014 พี่ยุ้ย 086-677-2013 หรือ พี่เม 086-563-2910

TEL. 0-2168-6777 (6 คู่สาย) FAX. 0-2168-7147