Australia

ดินแดนแห่งจิงโจ้

Australia ดินแดนแห่งจิงโจ้

ออสเตรเลีย เป็นประเทศซึ่งประกอบไปด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย, เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับหกของโลกเมื่อนับพื้นที่ทั้งหมด ออสเตรเลียเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ออสเตรเลียถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณภาพชีวิต, สุขภาพ, เสรีภาพทางเศรษฐกิจ และมีหลายเมืองถูกจัดให้อยู่ใน10 อันดับเมืองน่าอยู่ของโลกอีกด้วย นอกจากนั้นระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลียยังมีการควบคุมคุณภาพให้อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมอยู่เสมอ จึงไม่น่าเเปลกใจเลยที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียจะติดอันดับมหาวิทยาลัยคุณภาพที่ดีที่สุดของโลก

ระบบการศึกษาประเทศออสเตรเลีย

นอกเหนือจากการเรียนการสอนตามระบบของรัฐแล้ว ออสเตรเลียยังมีการเรียนการสอนนอกระบบของรัฐคือ หลักสูตร International Baccalaureate Primary Years Program (PYP) สำหรับนักเรียนที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป ระยะเวลาเรียน 12 ปี หลักสูตรนี้ถูกพัฒนาโดยองค์กร International Baccalaureate Organization (IBO) ซึ่งปัจจุบันมี 41 โรงเรียนทั่วออสเตรเลียเปิดสอนหลักสูตรนี้ ภายในหลักสูตร PYP ประกอบไปด้วย 6 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษา สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ศิลปะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลิกภาพ สังคม และพละศึกษา โดยการเรียนการสอนจะเป็นแบบสหวิทยาการ นโยบายด้านการประเมินผลการเรียนจะพัฒนาโดยครูผู้สอนในลักษณะของโรงเรียนเป็นฐาน (School-based assessment) ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน

ประถมศึกษา

ระยะเวลาเรียน 6 ปี Year 1-6 เป็นการศึกษาภาคบังคับ การจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาของออสเตรเลียอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของแต่ละรัฐ ลักษณะโรงเรียนมีโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนที่ดำเนินการร่วมกับองค์กรศาสนา โรงเรียนของรัฐบาลจะเป็นประเภทไปกลับ (Day School) ส่วนโรงเรียนเอกชนจะมีทั้งโรงเรียนประจำ(Boarding School) และไป-กลับ

มัธยมศึกษาตอนต้น

การเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจะใช้เวลาเรียน 4 ปี (ปีที่ 7-10) หลักสูตรในระดับนี้นักเรียนจะมีทั้งวิชาเลือกและวิชาบังคับ โดยรายวิชาต่างๆ เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในบางรัฐนักเรียนจะได้รับใบรับรองคุณวุฒิอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบางแห่งนักเรียนที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอาจไม่ได้รับใบรับรองคุณวุฒิ แต่อย่างไรก็ตามนักเรียนทุกคนสามารถเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมปลายได้ทันที

นอกจากการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่แต่ละรัฐกำหนดแล้ว ยังมีหลักสูตรมัธยมศึกษาต้นที่เรียกว่า International Baccalaureate Middle Years Program (MYP) ถูกพัฒนาโดยองค์กร International Baccalaureate Organization (IBO) เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 11-16 ปี ปัจจุบันมีโรงเรียน 48 แห่งทั่วออสเตรเลียที่จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ โดยในหลักสูตรประกอบไปด้วยภาษา 1 (Language A) ภาษา 2 (Language B) มนุษยศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสุขศึกษา

มัธยมศึกษาตอนปลาย

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายครอบคลุมปีที่ 11-12 หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้นนี้จะมีหลายหลักสูตร ซึ่งช่วยเตรียมนักเรียนสำหรับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น สำหรับการทำงาน และการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับนี้นักเรียนจะได้รับใบรับรองวุฒิการศึกษาที่เรียกว่า “Senior Secondary Certificate of Education” เมื่อสอบผ่านและสำเร็จการศึกษาในปีที่ 12 แต่ชื่อใบรับรองจะแตกต่างกันไปตามรัฐต่างๆ และการเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นักเรียนต้องสอบและวัดผลการเรียนในชั้นปีที่ 11 และ 12 เพื่อให้ได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Australian Education Network)

นอกจากนั้น โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาระดับมัธยมปลายหลายแห่ง ยังมีการจัดหลักสูตรด้านอาชีพ (Vocational programs) นักเรียนสามารถเรียนหลักสูตรเสริมนอกเหนือจากหลักสูตรปกติ นั่นรวมถึงการฝึกงานของนักเรียนที่จัดโดยโรงเรียน ซึ่งอนุญาตให้นักเรียนได้รับคุณวุฒิด้านอาชีวะและเทคนิคระหว่างที่เรียนระดับมัธยมปลาย เนื้อหาภายในหลักสูตรอยู่บนพื้นฐานของหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ สอดคล้องกับ Australian Quality Training Framework (AQTF) ที่กำหนดไว้

นอกเหนือจากหลักสูตรปกติ การเรียนระดับมัธยมปลายยังมีหลักสูตรที่เรียกว่า International Baccalaureate Diploma (IB) ดูแลหลักสูตรโดยองค์กร International Baccalaureate Organization ใช้เวลาเรียน 2 ปี ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ 50 โรงเรียน โดยหลักสูตร IB ประกอบไปด้วย การเรียนภาษา 1 เนื้อหาเกี่ยวกับภาษาหลักของออสเตรเลีย ซึ่งรวมการอ่านออกเขียนได้ ภาษา 2 นักเรียนสามารถเลือกเรียนภาษาต่างประเทศ เช่น ลาติน กรีกโบราณ ฯลฯ มนุษย์และสังคม เนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจและการจัดการ เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารในสังคมโลก ประวัติอิสลาม (Islamic history) ปรัชญา จิตวิทยา สังคมและวัฒนธรรม และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เนื้อหาเกี่ยวกับชีววิทยา เคมี เทคโนโลยีดีไซน์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และฟิสิกส์ และศิลปะ เนื้อหาเกี่ยวกับดนตรี ศิลปะภาพยนตร์ และทัศนศิลป์ เป้าหมายของหลักสูตรเพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยและพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการสื่อสาร เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับใบรับรองคุณวุฒิ International Baccalaureate Diploma จากองค์กร International Baccalaureate Organization ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยได้ทุกรัฐ

การศึกษาแบบอาชีวศึกษา

เมื่อนักเรียนจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถที่จะเลือกศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษาหรือวิชาชีพซึ่งเน้นการเรียนแบบทฤษฎีและปฏิบัติในสาขาอาชีพต่างๆและอาจจะมีโอกาสในการฝึกงานในสายอาชีพนั้นๆอีกด้วย ซึ่งคุณวุฒิอาชีวศึกษาและฝึกอบรมเป็นที่นิยมกันมากในประเทศออสเตรเลียเนื่องจากเป็นคุณวุฒิที่มีมาตรฐานสูง ระดับการศึกษาแบบอาชีวศึกษาแบ่งเป็น level ดังนี้

  • Certificate I-IV
  • Foundation
  • Diploma
  • Advanced Diploma

ระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย)

ระดับการศึกษาอุดมศึกษาเป็นระดับการศึกษาที่สูงสุด ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 40 แห่ง ซึ่งเป็นของรัฐบาล 38 แห่ง และเอกชน 2 แห่ง ซึ่งต่างก็ได้รับการรับรองวิทยฐานะเท่าเทียมกัน ซึ่งระดับการเรียนในระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็น

  • ระดับปริญญาตรี (Bachelor degree) ใช้ระยะเวลาเรียน 3-5 1ปีขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือกเรียน
  • ระดับอนุปริญญาโท (Graduate Diploma/Postgraduate Diploma)เป็นหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ ให้สามารถเข้าใจในสาขาวิชาที่แตกต่างจากที่เราเรียนจบในระดับปริญญาตรีมา ระยะเวลาเรียน 6 เดือน – 1 ปี บางแห่งสามารถใช้เทียบวุฒิปริญญาโทปีแรกปละเข้าเรียนต่อปีที่สองของหลักสูตรปริญญาโทได้เลย
  • ระดับปริญญาโท (Master degree) ใช้ระยะเวลาเรียน 1-2 ปี
  • ระดับริญญาเอก (Doctorate degree) เป็นระดับการศึกษาสูงสุด ใช้ระยะเวลาเรียน 3-5 ปี

การฝึกงาน

การฝึกงาน คือ การมาทำงานชั่วคราวในสถานที่ทำงานและสถาบันการศึกษา การฝึกงานอาจได้หรือไม่ได้รับค่าตอบแทนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและระยะเวลาที่เข้าทำงาน ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้รับประสบการณ์จริงในสาขาวิชาที่คุณศึกษาอยู่

ประโยชน์บางส่วนที่จะได้รับจากการฝึกงานได้แก่:

  • ได้สะสมหน่วยกิตตามหลักสูตรที่คุณศึกษา
  • ประสบการณ์ในการทำงานในประเทศออสเตรเลียสามารถช่วยให้คุณมีโอกาสในการหางานประเภทเดียวกันมากขึ้นเมื่อกลับประเทศ
  • ช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษ
  • ช่วยให้คุณได้สร้างเครือข่ายกับผู้ที่อยู่ในแวดวงวิชาชีพเดียวกันซึ่งอาจจะมีประโยชน์สำหรับการอ้างอิงในอนาคต
  • ช่วยในเรื่องการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และการปฏิบัติงาน

มีวีซ่านักเรียนและวีซ่าการทำงานหลายแบบที่อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติสามารถเข้ามาฝึกงานในออสเตรเลียได้ โดยจะมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการฝึกงานที่แตกต่างกันไป ซึ่งรวมถึงจำนวนชั่วโมงต่อวัน / ต่อสัปดาห์ที่สามารถฝึกงานได้ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนจากการฝึกงานหรือไม่

สถาบันการศึกษาหลายแห่งก็มีโครงการฝึกงานเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรตรวจสอบตัวเลือกที่สถาบันของคุณเสนอให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีบริษัทจัดหางานและการฝึกงานของเอกชนที่จะช่วยหาสถานที่ฝึกงานให้นักศึกษาต่างชาติได้ อย่างไรก็ตามโปรดทราบว่าการใช้บริการจากบริษัทเอกชนเหล่านี้อาจมีค่าใช้จ่าย

Credit by: http://www.studyinaustralia.gov.au

เอกสารเตรียมยื่นวีซ่านักเรียน Australia (การยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย เอกสารทุกฉบับจะต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

  1. กรอกแบบฟอร์มวีซ่านักเรียน online ทาง Internet (โดย Apex เป็นผู้กรอกให้ )
  2. นักเรียนที่ลงเรียนตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปต้องตรวจสุขภาพ  สามารถรับเอกสาร referral letter ( สำหรับนำไปยื่นให้กับโรงพยาบาลในวันที่ตรวจร่างกาย ) ได้จาก Apex ภายหลังจากการ Submit Application และกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มตรวจสุขภาพออนไลน์ E-Health เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถเลือกตรวจได้ใน 6 โรงพยาบาลที่สถานทูตกำหนด คือ BNH Hospital, Bangkok Hospital, Chiangmai Ram Hospital, Bangkok Hospital Phuket, Aek Udon International Hospital เท่านั้น
  3. ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน 16,650 บาท
  4. ECoE ใบตอบรับจากสถาบันที่ไปเรียนในประเทศออสเตรเลีย (จะได้รับหลังจากชำระเงินค่าเรียน)
  5. หนังสือเดินทาง ( พาสปอร์ต ) มีอายุการใช้งานได้อีก 6 เดือน หรือเพียงพอสำหรับ Course เรียน (เล่มจริงทุกเล่ม)
  6. รูปถ่ายปัจจุบันขนาด 2 นิ้ว 4 รูป  ฉากหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น
  7. Transcript ที่ระบุวันเข้าเรียนและวันจบการศึกษาอย่างชัดเจน
  8. ใบรับรองการทำงานตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน
  9. ในกรณีที่เคยเรียนภาษามาก่อน ต้องใช้ใบ Certificate หรือใบเสร็จการลงเรียนภาษาในเมืองไทยหรือต่างประเทศ (ถ้าต่างประเทศต้องมี Attendance ด้วย)
  10. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้สมัคร หรือสูติบัตร
  11. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ( ถ้ามี )
  12. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ออกค่าใช้จ่าย (รวมถึงใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ถ้ามี)
  13. หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย, ใบจดทะเบียนการค้ากรณีมีธุรกิจเป็นของตนเอง, ภาพถ่ายสถานที่ประกอบกิจการ, โรงงาน เป็นต้น
  14. ใบรับรองสถานภาพทางการเงินจากธนาคาร (Bank letter) (ตัวจริงเป็นภาษาอังกฤษ) และสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (Bank Statement) ของผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมชื่อบัญชีเป็นภาษาอังกฤษ กรณีที่ใช้ statement ในนามของบริษัท  และมีชื่อผู้ถือหุ้นหลายคนจะต้องทำการแปลหนังสือรับรองของบริษัทในหน้าที่มีรายชื่อของกรรมการทั้งหมดพร้อมทั้งเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อยินยอมให้ใช้บัญชีนี้ได้
  15. ถ้านักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ปกครองต้องไปเซ็นต์หนังสือยินยอมอนุญาตให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ โดยไปขอ ณ    ที่ว่าการอำเภอในเขตที่ท่านอาศัยอยู่ และต้องมีคนดูแลที่ออสเตรเลียด้วย (Guardianship)
  16. บางกรณีอาจต้องใช้ทะเบียนสมรสของผู้สมัคร และผู้สนับสนุนถ้าจำเป็นหรือถ้ามีสถานะภาพสมรสแล้ว
  17. กรณีคู่สมรสผู้ทำวีซ่าติดตามต้องแนบเอกสารแปลใบทะเบียนสมรสเพิ่มเติมด้วย ส่วนเอกสารอื่นๆ เตรียมเหมือนกับผู้สมัครวีซ่านักเรียนข้างต้น

เอกสารยื่นวีซ่าท่องเที่ยว AUSTRALIA

  1. Passport  ทุกเล่มที่มี
  2. รูปถ่าย ขนาด 2นิ้ว 2 รูป พื้นหลังสีขาว
  3. ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว
  4. สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ( ถ้ามี )
  6. ใบรับรองการเป็นนักศึกษา ( กรณีศึกษาอยู่ )
  7. หลักฐานการทำงาน ( จดหมายลางาน ระบุวันที่เริ่มลา จนถึงวันสิ้นสุดการลางานชัดเจน )  หรือ ใบรับรองการจดทะเบียนบริษัทกรณีเป็นเจ้าของกิจการ
  8. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ออกค่าใช้จ่าย Sponsor
  9. หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย
  10. ใบรับรองสถานภาพทางการเงินจากธนาคาร (Bank letter) (ตัวจริงเป็นภาษาอังกฤษ) และสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (Bank Statement) ของผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมชื่อบัญชีเป็นภาษาอังกฤษ กรณีที่ใช้ statement ในนามของบริษัท  และมีชื่อผู้ถือหุ้นหลายคนจะต้องทำการแปลหนังสือรับรองของบริษัทในหน้าที่มีรายชื่อของกรรมการทั้งหมดพร้อมทั้งเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อยินยอมให้ใช้บัญชีนี้ได้
  11. สำเนาทะเบียนสมรส (ในกรณีที่สมรสแล้ว)
  12. สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส
  13. หลักฐานการทำงานของคู่สมรส (กรณีเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย )
  14. สำเนาสูติบัตรบุตร
  15. ชื่อ , ที่อยู่ และ เบอร์โทรศัพท์ ของบุคคลที่ต้องการไปเยี่ยมที่ประเทศออสเตรเลีย
  16. สำเนา หน้า passport และหน้า visa ของบุคคลที่ต้องการไปเยี่ยมพร้อมจดหมายเชิญที่มืชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ของคนที่เชิญ
  17. ถ้าบุคคลที่เชิญไปเยี่ยมเป็นคนออกค่าใช้จ่าย ต้องใช้ Bank letter + Bank statement และหลักฐานการทำงานของคนที่เชิญด้วย
  18. ในกรณีที่ผู้ยื่นวีซ่าอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องใช้จดหมายที่ผู้ปกครองขออนุญาตให้เดินทางต่างประเทศที่ออกโดยที่ว่าการอำเภอในเขตที่ท่านอาศัยอยู่