สมัครสมาชิก  
 
พี่จอยพาลุย
เรื่องเล่าประสบการณ์ดีๆ จากพี่จอย  อ่านต่อ
 
 
I I I I I I I
 

IELTS
(International English Language Testing System) คืออะไร!!!


คือ การวัด หรือการทดสอบระดับทักษะและความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ เพื่อใช้ประเมินความสามารถทางด้านภาษาของผู้สมัครสอบที่ต้องการไป ศึกษาต่อต่างประเทศ หรือทำงานในสถานที่
ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารคะ
IELTS เป็นรูปแบบการสอบที่ มหาวิทยาลัย Cambridge ESOL Examinations (Cambridge ESOL)  ,บริติช เคานซิล  และIDP : IELTS Australia  ได้ร่วมมือกันจัดทำขึ้นเพื่อใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติสูงสุด ซึ่งครอบคลุมทักษะทางภาษาทั้ง 4 ทักษะไม่ว่าจะเป็น การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูดรวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์และ คำศัพท์ในการใช้ภาษาด้วยคะ
ปัจจุบันการสอบIELTS  นั้นเป็นที่ยอมรับจากมหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ IELTS ยังเป็นที่ยอมรับของสถาบัน กองตรวจคนเข้าเมือง และ องค์กรของรัฐบาลอีกหลายแห่งด้วยคะ

ลักษณะของข้อสอบเป็นอย่างไร
การสอบ IELTSจะแบ่งออกเป็น4 หมวดเหมือนกันคือผู้สมัครทุกคนจะต้องทดสอบ การฟัง และ การพูด เหมือนกัน แต่ในส่วนของการอ่าน และการเขียนจะไม่เหมือนกันโดยแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

  1. แบบเชิงวิชาการ (Academic Reading and Writing Modules) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ทั้งในระดับ ปริญญาตรี และปริญญาโท โดยจะประเมินความรู้ความสามารถของผู้สมัคสอบในแบบภาษาเชิงวิชาการเพื่อการศึกษา เช่น การเจรจาโต้ตอบที่ซับซ้อน การอภิปรายเกี่ยวกับแนวความคิดนามธรรม และ การจัดการข้อมูลต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. แบบเชิงการฝึกอบรมทั่วไป  (General Training Reading and Writing Modules.) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมัธยม , การฝึกงานหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยข้อสอบอาจจะใช้วัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และจะไม่ซับซ้อนมากเหมือนกับผู้ที่ต้องการวัดระดับความรู้เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศโดยตรงโดยจะมีการประเมินความสามารถทางภาษาของผู้สมัครสอบอย่างกว้างๆ
สำหรับการสอบใน  หมวด การฟัง การอ่าน และการเขียนจะต้องสอบภายในวันเดียวกัน โดยไม่มีการหยุดพักระหว่างการสอบ  ส่วนวันทดสอบการพูดนั้นขึ้นอยู่กับศูนย์สอบจะกำหนด โดยจะกระทำการสอบภายใน 7 วัน ก่อนหรือหลังการทดสอบในหมวดอื่น ๆ

หมวดการฟัง
ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีซึ่งผู้สอบจะต้องฟังเนื้อเรื่องจากเทป ซึ่งจะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อเรื่องเหล่านี้ประกอบด้วยการสนทนาและบทพูด รวมทั้งความหลากหลายของการออกเสียง และสำเนียงท้องถิ่นที่ปะปนกัน ผู้สมัครจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียว แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถามและเขียนคำตอบ

หมวดการอ่าน

หมวดการอ่านในเชิงวิชาการจะใช้เวลาประมาณ 60 นาทีเนื้อเรื่องที่ต้องอ่านมีทั้งหมด 3 เรื่อง ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้นำมาจากหนังสือ นิตยสาร บทความ และหนังสือพิมพ์ โดยเนื้อหาจะเขียนให้ผู้อ่านที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในจำนวนนี้อย่างน้อยที่สุดจะมีเรื่องหนึ่งที่มีลักษณะเชิงอภิปราย
หมวดการอ่านในเชิงการฝึกอบรมทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 60 นาที เช่นกันโดยเนื้อหาขึ้นอยู่กับรูปแบบของข้อสอบ ซึ่งคาดว่าผู้สมัครสอบจะพบในชีวิตประจำวันในต่างประเทศ เนื้อหาเหล่านี้จะนำมาจากหนังสือพิมพ์ โฆษณา และคู่มือการสอนและหนังสือต่าง ๆ โดยจะทดสอบความสามารถในการทำความเข้าใจ และการใช้ข้อมูลของผู้สมัครสอบ ข้อสอบจะประกอบไปด้วยข้อความยาว ๆ 1 ข้อความซึ่งเนื้อหาจะเป็นในทางอรรถาธิบายมากกว่าเชิงอภิปราย

หมวดการเขียน

หมวดการเขียนในเชิงวิชาการ จะใช้เวลาประมาณ 60 นาที โดยในส่วนแรกผู้สมัครสอบจะต้องเขียนรายงานประมาณ 150 คำ ตามตารางและแผนภาพเพื่อ แสดงความสามารถในการบรรยายและอธิบายข้อมูล ส่วนที่ 2 ผู้สมัครสอบต้องเขียนเรียงความสั้นความยาวประมาณ 250 คำ เพื่อโต้ตอบข้อคิดเห็นหรือปัญหา โดยแสดงความความสามารถในการอภิปราย โต้แย้ง และใช้ลีลาในการเขียนที่เหมาะสม
หมวดการเขียนในเชิงการฝึกอบรมทั่วไป  จะใช้เวลาประมาณ 60 นาที่เช่นกัน โดยในส่วนแรกผู้สมัครจะต้องเขียนจดหมายความยาวประมาณ 150 คำ โดยเนื้อหาจะเกี่ยวกับการสอบถามข้อมูล หรือการอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ในส่วนที่ 2 จะเป็นการเขียนเรียงความสั้น ความยาวประมาณ 250 คำ เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือตอบปัญหาที่ให้ไว้ ซึ่งผู้สมัครสอบจะต้องแสดงความคิดเห็นของตนเอง และท้าท้ายความคิดเห็นอื่น ๆ โดยถ่ายทอดความรู้สึกและลีลาในการเขียนที่เหมาะสม

หมวดการพูด
สำหรับหมวดการฟังนั้นทั้ง 2 แบบ จะใช้เวลา 11-14 นาที โดยรูปแบบการทดสอบการพูดจะเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว โดยผู้สมัครจะได้รับการประเมินในส่วนของการใช้ภาษาเพื่อตอบคำถามสั้นๆ พูดเกี่ยวกับหัวข้อที่คุ้นเคย และสามารถโต้ตอบกับผู้สัมภาษณ์ได้ด้วยคะ

เอกสารที่ใช้ในการสอบ
  1. IELTS Application form ซึ่งสามารถdownloadได้ที่www.britishcouncil.org/th/
  2. หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
  3. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ ซึ่งถ่ายภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
สามารถสมัครสอบได้ที่ไหนบ้าง
สามารถสมัครลงทะเบียนสอบได้ที่บริติชเคานซิลทุกสาขาโดยศูนย์สอบจะปิดรับสมัคร 3 วันก่อนวันสอบหรือเมื่อวันสอบในรอบนั้นเต็มเสียค่าสมัครทดสอบ 5,500 บาทโดยผู้สมัครจะต้องชำระค่าสมัครล่วงหน้าก่อนวันสอบและไม่สามารถขอรับค่าธรรมเนียมคืนหรือขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบใดๆได้เมื่อได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้สมัครไม่สามารถมาสอบในวันสอบด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ผู้สมัครสามารถขอเปลี่ยนวันสอบเป็นวันสอบครั้งถัดไปหรือขอรับค่าธรรมเนียมสอบคืนได้ส่วนหนึ่งโดยผู้สมัครจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งออกโดย โรงพยาบาลรัฐบาล และต้องยื่นให้ศูนย์สอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันสอบ

บริติซ เคานซิล สยามสแควร์  โทรศัพท์: 66-2652-5480-9
บริติซ เคานซิล ปิ่นเกล้า  โทรศัพท์: 66-2884-9944-6 ต่อ 101, 102
บริติซ เคานซิล ลาดพร้าว  โทรศัพท์: 66-2937-1037-9 ต่อ 0
บริติซ เคานซิล เชียงใหม่โทรศัพท์: 66-5324-2103

สถานที่สอบ

สำหรับที่กรุงเทพ IELTS จะดำเนินการจัดสอบที่โรงแรมปทุมวันปรินเซส ชั้นเอ็ม ทั้งในช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยจะจัดสอบในวันเสาร์ของทุกเดือน ๆ ละ 3 ครั้งโดยสามารถเช็ครายละเอียดได้ที่บริติชเคานซิลทุกสาขา

ระดับคะแนน
ผลการสอบ IELTS จะประกาศลงในใบรายงานผลการสอบอย่างเป็นทางการ โดยรายงานผลเป็นความสามารถทางภาษาอังกฤษโดยรวม และ ความสามารถในแต่ละทักษะการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด

ผู้สอบสามารถขอรับผลการสอบได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งผลการสอบจะออกในวันศุกร์ที่สองตั้งแต่เวลา 13.00 นาฬิกาเป็นต้นไป หรือ 13 วันหลังจากการสอบ โดยสามารถขอรับได้จนถึงวันจันทร์ หรือรอรับผลการสอบทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษซึ่งจะจัดส่งออกไปในวันอังคาร (17 วันหลังจากการสอบ)


ผลคะแนนแบ่งออกเป็น 9 ระดับ

ผลระดับคะแนน ความสามารถในการใช้ภาษา
ระดับ 9
(มีความสามารถในการใช้ภาษาดีเลิศ)
สามารถใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะสม ถูกต้องแม่นยำ และมีเข้าใจในภาษาดีเยี่ยม
ระดับ 8
(มีความสามารถในการใช้ภาษาดีมาก)
สามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องและคล่องแคล่ว แต่อาจมีข้อผิดพลาดและความไม่เหมาะสมบ้างบางครั้งคราวในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย สามารถถกปัญหาที่ซับซ้อนอย่างมีเหตุผลได้ดี
ระดับ 7
(มีความสามารถในการใช้ภาษาดี)
สามารถใช้ภาษาได้ดีแต่ยังมีความผิดพลาดและเข้าใจผิดในบางโอกาส แต่โดยทั่วไปสามารถใช้ภาษาในลักษณะที่ซับซ้อนได้ดีและเข้าใจในการให้เหตุผลได้ดี
ระดับ 6
(มีความสามารถในระดับใช้งานได้)
มีความสามรถในการใช้ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดและความไม่เหมาะสมในการใช้ภาษาบ้าง แต่ก็สามรถสื่อสารและเข้าใจภาษาที่ซับซ้อนได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่คุ้นเคย
ระดับ 5
(สามารถใช้ภาษาในระดับปานกลาง)
มีความสามารถในการใช้ภาษาได้บางส่วนและเข้าใจความหมายกว้างในสถานการณ์ส่วนใหญ่ แต่ยังมีข้อผิดพลาดบ่อยๆแต่ก็สามารถสื่อสารในระดับพื้นฐานในเรื่องที่ตนถนัดได้ดี
ระดับ 4
(มีความสามารถในการสื่อสารจำกัด)
มีความสามารถในการสื่อสารจำกัดเฉพาะเรื่องที่ตนเองคุ้นเคย มีปัญหาในการสื่อสาร การเข้าใจและการแสดงออกทางความคิด และไม่สามารถใช้ภาษาที่ซับซ้อนได้
ระดับ 3
(มีความสามารถในการใช้ภาษาที่จำกัดมาก)
รู้และเข้าใจความหมายกว้างๆในสถานการณ์ที่คุ้นเคยและมีการหยุดชะงักในการสื่อสารบ่อย
ระดับ 2
(ไม่สามารถสื่อสารคำศัพท์ขั้นพื้นฐานได้)
ไม่สามารถสื่อสารเป็นเรื่องราวได้ พูดได้เป็นคำๆเฉพาะคำคัพท์สั้นๆที่คุ้นเคยเท่านั้น มีปัญหาในการทำความเข้าใจภาษาพูดและภาษาเขียน

ระดับ 1
(ใช้ภาษาไม่ได้เลย)

ไม่สามารถใช้ภาษาได้นอกจากคำศัพท์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


TOEFL>>

Apex Education Consultant Co.,Ltd.

เชิญร่วมงาน Interview ที่บริษัท Apex

เพื่อรับ Promotion พิเศษในงาน

ส่วนลดมากมายสุดคุ้ม

สอบถามรายละเอียดได้ที่

02-260-2910

 
Patricia
Marketing Manager
ตากลม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Contact US   |   Sitemap   |   Application Form   |   About us (ENG)
Search Engine Marketing by WebNatics