สมัครสมาชิก  
 
พี่จอยพาลุย
เรื่องเล่าประสบการณ์ดีๆ
จากพี่จอยอ่านต่อ...
 
 
I I I I I I I
 
 

น้องๆที่กำลังเตรียมตัวไปประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา

เสื้อผ้า อาภรณ์ รองเท้า

แม้เป็นของที่ดูแล้วไม่น่าจะหนักมากมาย  แต่ก็ทำให้คนน้ำหนักเกินมาเยอะแล้ว นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่ต้องใส่ประจำแล้วที่จะแนะนำอันดับแรกเลยก็คือชุดไทย 1 ชุดสำหรับงานเทศการไทยๆทั้งหลาย เพราะที่อเมริกาจะมีสมาคมคนไทย และวัดไทยอยู่มากมาย

สภาพภูมิอากาศของประเทศทั้งสองนี้มีฤดูอยู่ในช่วงเดียวกัน คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว โดยรวมแล้วประเทศแคนนาดา ภาคเหนือจะมีอากาศหนาวเย็น ถึงเย็นจัด หิมะตก ในขณะที่ทางใต้จะเป็นเขตอบอุ่น มีอากาศ ชื้นทางชายฝั่งทั้งตะวันตกและตะวันออก ทั้งยังมีฝนตกในหน้าหนาวด้วย ช่วงที่อบอุ่นที่สุดคือ ระหว่างเดือน มิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม จะมีอุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ล้วนแต่เป็นช่วงที่น่าไปเยือน

สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีทุกรูปแบบ ตั้งแต่บรรยากาศแถบขั้วโลกซึ่งมีอากาศหนาวเย็น ติดลบ 40 องศา จนถึงบรรยากาศร้อนเหมือนทะเลทราย 45 องศา สภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในบางส่วนของประเทศ เช่น อาจมีหิมะถล่ม พายุทอร์นาโด ไฟป่า และแผ่นดินไหว ส่วนแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก อากาศในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนแถบตะวันตก อากาศหนาวจะไม่เย็นจัดนัก คล้ายกับฤดูใบไม้ผลิ


1. ฤดูใบไม้ร่วง ช่วง กันยายน – พฤศจิกายน  อากาศช่วงนี้จะเย็นลงเพราะเตรียมตัวจะเข้าหน้าหนาว สำหรับคนขี้หนาวก็จะเริ่มหาเสื้อแขนยาวมาใส่กัน ซึ่งก็อีกเหมือนกัน ที่นี่มีขายให้เลือกเพียบ ลายก็น่ารักๆ ถ้ามีอยู่แล้วที่บ้านก็เอาติดกระเป๋ามา แค่ 2-3 ตัวพอ ไม่หนักมาก แล้วที่เหลือก็มาซื้อที่นี่เอาได้


2. ฤดูหนาว ประมาณช่วงเดือน   ธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิ จะมีตั้งแต่ ติดลบ -40c  ถึง 7C  แล้วแต่ว่าเราจะอยู่ภาคไหนของประเทศ      ถ้าเป็นภาคตะวันออก (Eastern)รวมถึงตอนกลาง ( Central)  เมืองที่อยู่ในเขต EST คือ Boston, New York, Washington D.C., Miami Cleveland Chicago  และ New Orleans ซึ่งเสื้อผ้าที่ใส่ก็จะเป็น Overcoat หนาๆ  ถ้าเป็นแถบภูเขา (Mid- West) เมืองที่อยู่ใน เขตนี้ คือ Denver และ Phoenix  อากาศจะหนาวเย็นแต่ไม่ถึงกับติดลบ แต่ถึงอย่างไรเสื้อ  Overcoat  หนาๆก็ยังจำเป็นอยู่  พื้นที่ย่านมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Time Zone)  เมืองที่อยู่ใน เขตนี้ คือSan Francisco, Seattle และ Hawaii  ตั้งแต่ Seattle ลงไปอากาศจะหนาวเย็นแต่ไม่ถึงกับติดลบ แต่คนอาจจะใส่ overcoat เพื่อความเท่ ก็ได้

แต่ขอเตือนสำหรับน้องที่จะไป Seattle ที่นั่นฝนนึกจะตกเมื่อไรก็ตก ไม่ขึ้นอยู่กับหน้าอะไรทั้งสิ้น เค้าว่ากันว่าบางปีตกนานถึง 11 เดือนทีเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับที่นี่ คือ Rain Jacket หรือร่ม (ร่มของเมืองไทยไม่ต้องเอามานะ ต้านทานลมไม่อยู่หรอก)


Rain Jacket  สามารถหาซื้อได้ที่เมืองไทยเพราะของพวกนี้เค้าผลิตในเมืองไทยก็มี อย่างเช่น Northface, Jack Wolfskin หรือ Columbia นะ หาซื้อได้ตามศูนย์ส่งออก หรือ Outlet ไม่แพงมาก และไม่หนา ไม่กินเนื้อที่ในกระเป๋า


รองเท้ากันหิมะ ค่อยมาเลือกซื้อที่นี่จะมีคุณภาพและกันความหนาวเย็นได้ดีกว่า


Overcoat  ไม่แนะนำให้ซื้อมาจากเมืองไทย เพราะที่นั่นมีขายเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์เนมหรือไม่มีชื่อคุณภาพก็ดีมาก ประเทศนี้มีOutletเสื้อผ้าราคาถูกอยู่ทั่วเมื่อง เลือกได้สบาย ราคาพอกับเมืองไทยหรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ


3. ฤดูใบไม้ผลิ  มีนาคม – พฤษภาคม อากาศช่วงนี้จะอุ่น หน้านี้ใส่ประมาณ Jumper และ Jacket ซึ่งก็อีกเหมือนกัน ที่นี่มีขายให้เลือกเพียบ ลายก็น่ารักๆ แนะนำว่าเอามาจากไทย แค่ 2-3 ตัวพอ แล้วที่เหลือก็มาซื้อที่นี่เอาได้


4. ฤดูร้อน ช่วงมิถุนายน – สิงหาคม หน้าร้อนที่นี่จะร้อนพอกับเมืองไทย บางวันร้อนก็มาก ชนิดที่ว่าใส่เสื้อกล้ามหรือสายเดี่ยวได้สบาย ให้เอามาจากเมืองไทยก็ดี เพราะบ้านเราเสื้อผ้าหน้าร้อนราคาไม่แพง แถมสวยกว่าด้วย และไม่กินเนื้อที่มาก พวกกางเกงขาสั้นเสื้อกล้าม เอาไปด้วย เพราะที่นี่แพงมาก

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ควรจะนำไปด้วยมีดังนี้

  • สติคเกอร์ไทย (ถ้าจะซื้อ notebook ที่ต่างประเทศ)
  • ถ้ายังไม่มี notebook และคิดจะซื้อ ขอแนะนำให้มาซื้อที่นี่จะถูกกว่าเมืองไทย(มาก) มาถึงแล้ว ลองไปดูที่ Circuit City หรีอ Bestbuy เลย จะมี deal ลดราคาอยู่เสมอ พอลดแล้วจะถูกกว่าเมืองไทย คิดแล้วก็หลายพันบาทเลยทีเดียว ในบางช่วง ที่ Circuit City ถ้าซื้อโน้ตบุ้ค(บางยี่ห้อ) แล้วเค้าก็จะให้ Printer แถมมาฟรีด้วย (ในรูปแบบการ rebate จ่ายตังค์ไปก่อน แล้วจะได้เงินคืนทีหลัง) ดังนั้น ซื้อโน้ตบุ้คที่ USA จะได้ราคาถูกกว่าและคุ้มค่ากว่าด้วย ดังนั้นอุปกรณ์คอมพ์ต่างๆ ถ้ายังไม่มีก็ไปซื้อที่เมกาจะถูกและคุณภาพดีกว่า รวมไปถึงการเคลมระหว่างประกันด้วย
  • USB wireless mouse สำหรับต่อ notebook อันที่จริง ราคาปกติของมัน ก็แพงเอาเรื่องอยู่ แต่ก็อีกเช่นเคย มันลดราคาบ่อยมาก มักจะเหลือแค่ $10 (หลังจาก rebate)ในหนึ่งเดือน ต้องมีอย่างน้อย 1 สโตร์ ที่เอาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตัวนี้ มาลดราคา
  • สายต่อพรินท์เตอร์แบบ USB (ที่เค้าเรียกอย่างเป็นทางการว่า A to B USB cable) เป็นสายที่เอาไว้เชื่อมต่อ พรินท์เตอร์ เข้ากับเครื่องคอม เวลาซื้อ printer ที่นี่ เค้าจะไม่แถมสายนี้มาให้ แล้วพอไปซื้อแยก จะแพงมากเลย เท่าที่เห็นมีขายในสโตร์ที่นี่ มันจะเป็นของมียี่ห้อ แพ็คมาอย่างดี อย่างต่ำก็ประมาณ 3-4 ร้อยบาทไทยเห็นจะได้ ทั้งๆที่ตามพันทิพ มีสายดำๆกิ๊กก๊อกๆไม่มียี่ห้อ แต่ใช้ได้เหมือนกัน ใส่กระบะวางขายอยู่แค่ ไม่กี่สิบบาท เตรียมมาสักนิดก็จะช่วย save เงินไปได้อีกหน่อย


  • เอาเป็นว่าเรื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับคนที่จะมาอเมริกา คุณไม่ต้องเตรียมคอมฯ มาจากเมืองไทยถ้าคุณมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    • พอจะมีความรู้เรื่องการเลือกซื้อคอมฯ การลงโปรแกรม และการ set up เครื่อง หรือเป็นเซียนคอมฯอยู่แล้ว
    • กำลังจะมาอยู่เมืองใหญ่ หรือเมืองที่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกสบายตั้งแต่มาถึงใหม่ๆ
    • ถ้าไม่ได้มาอยู่เมืองใหญ่ แต่ตอนมาถึง มีญาติหรือมีเพื่อนคอยtake care พาไปไหนต่อไหนได้
    หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ก็เตรียมมาจากเมืองไทยเลยก็แล้วกัน


  • Talking Dictionary อันนี้ ถ้าใครมีอยู่แล้ว หรือ คิดว่าจะซื้อ แนะนำว่า มีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้ทำรายงาน หรืออ่านหนังสือง่ายขึ้น และเร็วกว่าเปิดดิกแบบหนังสือ  ถ้าได้รุ่นที่ ออกเสียงภาษาอังกฤษได้ ก็ยิ่งดีเลย จะช่วยให้เราออกเสียงถูกต้อง ออกเสียงตามมันบ่อยๆ แต่หากว่า หาซื้อไม่ทัน ก็ไม่เป็นไรนะคะ  เอาดิกอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ไปด้วย

ของใช้ส่วนตัว

  • หวี และกระจกเล็ก
  • ชุดตัดเล็บ
  • ชุดเย็บผ้าแบบอันเล็ก เอามาเผื่ออะไรขาดจะได้ซ่อมได้
  • ถ้าสายตาสั้น เอา contact lense กับน้ำยามาด้วยให้ครบปี ที่นี่แพงแบบทำเลซิกได้เลย ถ้าโดยทั่วไป หนึ่งปีจะใช้น้ำยา 4 ขวด
รายการในหมวดนี้แนะนำให้มาซื้อที่USA, Canada
  • ยาสีฟันและแปรงสีฟัน ที่นี่แพงแต่คุณภาพดีกว่าบ้านเรามาก ขอแนะนำ ยี่ห้อ CREST ใช้ดีมาก
  • แป้งธรรมดา และแป้งเด็ก แชมพู ครีมนวดผม สบู่ โลชั่น ครีม เครื่องประทินโฉมอื่น ๆ  มีทั้งคุณภาพเท่ากับบ้านเราและที่ดีกว่า ถ้าไงก็ลองไปดูพวกแชมพู ที่เป็น Organic หรือที่ร้านTrader Joe's ส่วนตัวแล้ว คิดว่าสินค้าพวกสบู่ แชมพู อะไรประมาณนี้ที่อเมริกา คุณภาพดีกว่าบ้านเรา ราคาก็ถูกกว่าด้วย
  • กระเป๋าต่างๆ นี่แล้วแต่ตาม style ส่วนบุคคลนะ แต่มาซื้อที่นี่ จะได้ของน่ารักๆ ไม่แพงมาก
อันนี้ลับเฉพาะคุณสภาพสตรี ถามกันมามากเหลือเกิน …. ผ้าอนามัยควรเอามามั้ย ตอบได้เลยว่าที่นี่มันแพงกว่าก็จริง แต่ราคาที่แพงกว่าแล้ว ก็ยังคุ้มกว่าที่จะแบกทั้งหมดมาจากไทย ให้เอามาแค่พอใช้

ครัว&ห้องน้ำ&เครื่องนอน

หมวดเครื่องครัว มาซื้อที่นี่ได้หมด แต่เอาติดไม้ติดมือมา นิดหน่อย ไว้สำหรับช่วงแรก ส่วนหลังๆ ก็ไปซื้อเอาได้ ตามเอเชี่ยนซุปเปอร์มาเก็ต ราคาไม่แพง  ปลาร้า กะปิ พริกแกงไม่ต้องขนมา ที่อเมริกามีขายไม่แพงถ้าจะขนมาให้ เดี๋ยวแตกบนเครื่อง ขายหน้า แต่ที่แนะนำ คือ ครก เอาอันเล็กก็ได้ เมื่อไหร่ทิ่คิดถึงน้ำพริกกะปิ จะหาว่าไม่เตือนกัน ส่วนเครื่องนอน และของใช้ในหอ้งน้ำ ทั้งหลายสามารถหาซื้อในราคาย่อมเยาได้ที่ “Walmart, Big Kmart,ที่อเมริกาไม่มีหมอนข้าง หายังไงก็หาไม่เจอ อยากได้หมอนข้าง ต้องเอามาเอง


การเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา จะเอาอาหารติดตัวมาด้วยได้หรือไม่

 หาคำตอบได้ที่นี่ (คำตอบที่จะได้ต่อไปนี้จะไม่รวมในส่วนของการส่งอาหารมาที่อเมริกาในรูปแบบของพัสดุไปรษณีย์ หรือวิธีการอื่นๆ)
  • ผักและผลไม้หลายชนิด อาจจะจัดอยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ต้องห้ามสำหรับนำเข้าอเมริกา หรือไม่ก็อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่อาจจะนำเข้าได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตหรือรับรองความปลอดภัยจากประเทศต้นกำเนิดของพืชผักและผลไม้นั้นๆ ด้วย


  • อย่างไรก็ตาม ผู้ที่นำพืชผักและผลไม้ทั้งสองกลุ่มเข้ามาจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่หน่วยกักกันพืช (CBP Officer ) ด้วยทุกครั้ง และหากเจ้าหน้าที่มีความประสงค์จะขอตรวจดู เราต้องอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจทุกครั้งไป


    โทษของการไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าเรานำอาหารติดตัวเข้ามาในประเทศอเมริกาด้วยหาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบ คือ ต้องเสียค่าปรับ จำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐฯ


  • ผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อ ทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว และสัตว์ปีกต่างๆ อาจจะจัดอยู่ในประเภททั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ต้องห้ามสำหรับนำเข้าและผลิตภัณฑ์จำกัดการนำเข้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสภาพเชื้อโรคของสัตว์ในประเทศต้นกำเนิด


  • ผลิตภัณฑ์เนื้อสดๆ แบบที่ยังไม่ผ่านการปรุงแต่งจากประเทศส่วนใหญ่ ตามปกติแล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์ต้องห้ามสำหรับการนำเข้า


    ผลิตภัณฑ์เนื้อตากแห้ง เนื้อที่ผ่านการปรุงแต่งถนอมอาหาร หรือเนื้อที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง จากบางประเทศ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดทางการนำเข้าที่เข้มงวด

  • ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ลูกอม ช็อคโกแล็ต และชีสที่ผ่านกรรมวิธีการเก็บรักษาแล้ว โดยปกติจะสามารถนำเข้าอเมริกาได้


  • อาหารกระป๋อง หรืออาหารที่บรรจุหีบห่อด้วยวิธีสูญญากาศ ( ซึ่งต้องไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ หรือสัตว์ปีกต่างๆ ) สามารถนำเข้าได้ แต่ต้องเป็นการนำเข้าเพื่อเอาไปบริโภคเป็นการส่วนตัวเท่านั้น


  • ผลิตภัณฑ์ประเภทนมเนยต่างๆ เช่น นม โยเกิร์ต เนย สามารถนำเข้าได้ แต่เงื่อนไขนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการเกิดการระบาดของโรคในช่วงเวลานั้นๆ


  • ถึงแม้จะเกิดการระบาดบ่อยครั้งของโรคไข้หวัดนก แต่ "ไข่" ก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจจะนำเข้าได้ ชีสแบบแข็ง เช่น Parmesan, Cheddar สามารถนำเข้าได้ แต่ชีสแบบอ่อนตัวหรือแบบเหลวไม่สามารถนำเข้าได้ เช่น Brie, Ricotta, Feta ฯลฯ


  • ผลิตภัณฑ์ปลา สามารถนำเข้าได้ ถ้าเพื่อบริโภคเป็นการส่วนตัว
  • เครื่องปรุงประกอบอาหารต่างๆ สามารถนำเข้าได้ เช่น น้ำมัน, น้ำส้มสายชู, มัสตาร์ด, ซอสมะเขือเทศ, ของหมักดอง, น้ำเชื่อม, น้ำผึ้ง, เยลลี่, แยม ฯลฯ
รายการในหมวดนี่ที่แนะนำให้ไปหาซื้อเอาที่USA, Canada
  • มีด
  • ฟองน้ำล้างจาน
  • ฟองน้ำขัด 3 เอ็ม
  • หนังสติ๊ก
  • ถุงพลาสติก
  • กะทะ หม้อชาม จาน รามไห
  • ถุงซักผ้า
  • ผ้าคลุมเตียง ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน
  • ผ้าขี้ริ้ว หรือ ผ้าเช็ดจิปาถะ
  • ถุงมือยางทำความสะอาดห้องน้ำ

เอกสารและสำเนา

รายการนี่สำคัญ เอกสารของเราเท่านั้น หาใหม่ไม่ได้ แล้วค่า xerox ที่นี่ก็แพง เพราะงั้นก็ xerox มาจากไทยเลย

  • passport and visa
  • Offer letter and acceptance letter
  • offer letter accommodation
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • รูปถ่าย (เอามาเยอะๆ ที่นี่ไม่มีแต่งฟิมล์เหมือนบ้านเรา ถ่ายมาแล้วรับไม่ได้)
  • transcript
  • IELTS certificate and GMAT or GRE (ถ้าใช้)
  • เช็คเดินทาง ดร๊าฟ เงินสด บัตรเครดิต

เครื่องเขียน

เอาทุกอย่างที่เป็นเครื่องเขียนปกติเราชอบใช้เวลาเรียนมาให้หมด มันไม่หนักเท่าไร แทรกไปตามซอกกระเป๋าได้ เพราะที่นี่เครื่องเขียนแพงมาก โดยทั่วไป ก็มี

  • ปากกาทุกชนิด พร้อมไฮไลท์เตอร์
  • ดินสอกดและไส้ดินสอ
  • ยางลบ (สัก 2 3 ก้อน)
  • แม็กส์ พร้อม ไส้แม็กส์
  • ถุงใส่ดินสอ
  • liquid น้ำ แห้ง
  • ไม้บรรทัดสั้น ยาว
  • เครื่องคิดเลข
  • ปากกาเมจิก
  • ปากกาเขียน CD (อันนี้สำคัญ ที่อเมริกาแพงมาก)

ยาสามัญ

พวกยาประเภทแก้ปวดทั้งหลาย ทั้งแก้ไซนัส แก้อับเสก ยาแก้แผลร้อนในปาก Kenalog (ที่นี่ไม่มีขาย) แก้ท้องเสีย ยาหม่องน้ำ  และยาแก้ปวดประจำเดือน เบตาดีนก็ติดมาและอื่นๆ

ขอบอกว่ายาเราบางตัวอาจจะดีกว่า แรงกว่ายาของเค้าซะอีก เวลาไม่สบายก็หายเร็วกว่ายาที่ไปหาหมอสักอีก อากาศทางนี้จะเย็นมาก อยู่รัฐไหนก็ดูตามสภาพอากาศของเมืองที่จะไปอยู่แล้วกัน เพราะถ้าหนาวก็จะมีปัญหาเรื่องไซนัส และแพ้อากาศกันเยอะ ยาลดกรดไว้ทานบนเครื่องด้วยก็ดี เพราะเวลาเรานั่งเครื่องนานๆ จะทำให้ท้องเรามีแต่ลม  พวกวาเป๊กซ์,เซียงเพียวอิ๊ว    ก็เป็นประโยชน์ไว้ดมเวลาวิงเวียนหรือคัดจมูก ลองติดยามาเผื่อสัก 5 - 6 เดือน เพราะค่าหมอที่นี่แพงมากคะ
  • ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน
  • เทนโซพลาส, ผ้าก๊อต, เทป 3m
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • counterpain, โวทาเลน, เฮรูดอย
  • ผงน้ำเกลือชงแก้ดื่มเวลาท้องเสีย (ยี่ห้อ oreda ดี โดยเฉพาะรสส้ม)
  • ยาอื่นๆ ตามอาการประจำตัว
  • พวกยาอื่นๆ ที่ขอจากร้านหมอ เช่น ยาสิว ให้ขอจดหมายมาด้วย เผื่อเค้าตรวจเจอแล้วถาม   
  • และ สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องใช้ยาคุมกำเนิด เอามาด้วยก็ดี เพราะเราไม่สามารถไปซื้อยาได้ ถ้าไม่มีใบสั่งจากแพทย์
Back>>
 
 

Apex Education Consultant Co.,Ltd.

เชิญร่วมงาน Interview ที่บริษัท Apex

เพื่อรับ Promotion พิเศษในงาน

ส่วนลดมากมายสุดคุ้ม

สอบถามรายละเอียดได้ที่

02-260-2910

 
Mr.Gary
St'Mask's inter.
College, Perth
ดาว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Contact US   |   Sitemap   |   Application Form   |   About us (ENG)
Search Engine Marketing by WebNatics